Page 31 - PAAT_Journal_V2-2019
P. 31
PAAT Journal Vol. 2, No. 2, December 2019
ี
้
เป้าหมายปลายทางของการทําใหทันสมย ดเสมอนวาจะไปสินสุดทการทําใหสังคมมความใกลเคยงกับ
ื
้
ี
่
ู
่
้
ั
้
ี
ั
ั
ิ
็
้
่
ั
ึ
่
ี
ํ
ั
้
์
ิ
สังคมตะวันตกซงเปนตนแบบของคําวา “ทนสมย” ข้อวพากษวจารณทีมตอแนวคดการทาใหทนสมย มหลาย
์
่
ิ
ี
่
ู
ั
ประการ โดยไชยวฒน ค้าช (2559) ไดนาเสนอตัวอยาง เช่น การละเลยต่อการวิเคราะห์สถาบันในสังคมใน
้
ํ
์
ํ
่
ึ
่
ื
ิ
่
ั
้
่
ั
ั
แบบดังเดม ทงในแง่ความหลากหลายและความสําคญทางการเมองของสถาบนตางๆเหล่านน ซงล้วนส่งผลตอ
ั
้
้
่
่
ึ
้
็
ั
์
่
ั
้
ั
ิ
ั
ั
่
พลวตการพฒนา แมกระทงปฏิสัมพนธระหวางสถาบนแบบดงเดมกับสภาวะความเปนสมยใหม ซงในหลาย
ั
ั
่
กรณนําไปสูการปรับตว หรือ การเสรมแรง มากกวาจะเข้าไปแทนทสถาบันแบบดังเดิม
ี
่
ั
ี
่
้
ิ
่
ึ
่
ระลอกท 2: ทฤษฎีการพงพา (Dependency Theory)
ี
่
ิ
ึ
ั
ื
ฐานคตของนักวชาการในกลุมทฤษฎีการพงพา คอ ความยากจนในประเทศด้อยพฒนา และความไม ่
่
ิ
่
ั
้
ิ
ั
เทาเทียมในระดบการพฒนาของประเทศตางๆ สามารถอธบายไดจากโครงสร้างระบบทุนนิยมโลก (ไชยวฒน ์
ั
่
ู
ิ
ค้าช, 2559) โดยโครงสร้างระบบทุนนิยมโลกจะกําหนดสถานภาพของความสัมพนธในระบบการผลตทีไมเทา ่
่
ั
่
์
ํ
ี
่
่
่
เทยมกันระหว่างกลุมประเทศด้อยพัฒนากับกลุมประเทศพัฒนาแล้ว นักวิชาการในกลุมทฤษฎีการพึงพา จะ
่
ั
อธบายความสัมพนธในลักษณะของ “ศูนย์กลาง” (core) หรือมหานคร (metropolis) ของระบบทุนนยมโลก
ิ
์
ิ
ั
่
วาคือกลุมประเทศทีพฒนาแล้ว และ “ชายขอบ” (periphery) หรือบริวาร (satellite) ของระบบทุนนยมโลก
ิ
่
่
็
วาเปนประเทศดอยพฒนา
ั
้
่
้
่
้
่
ั
่
ิ
็
่
นกคดในกลุมนยงถูกแยกย่อยออกเป็นสองกลุม แมวาทังคูต่างกได้รับอิทธิพลมาจากแนวคิดของคาร์ล
ั
้
ี
ั
ั
่
้
่
มาร์กซ กลุมแรก คือกลุมแนวคิด “การพฒนาของการดอยพฒนา” (Development of
Underdevelopment) นกคิดคนสําคัญ คอ องเดร กุนเดอร์ แฟรงค์ (Andre Gunder Frank) ในบทความ
ื
ั
ั
ี
ิ
“The Development of Underdevelopment” ตพมพใน Sing Chew and Pat Lauderdale,eds.,
์
Theory and Methodology of World Development: The Writings of Andre Gunder Frank (New
York: Palgrave Macmillan, 2010, pp.7-17.) โดยแฟรงค์เชอวาความดอยพฒนาของประเทศดอยพัฒนาใน
่
้
่
ั
้
ื
ิ
์
่
ี
ชายขอบเกดจากโตรงสร้างระบบทุนนิยมโลก ซงกําหนดความสัมพนธทไมเทาเทยมกันระหวางประเทศมหา
่
่
่
่
ั
ึ
ี
่
ั
่
ั
ู
์
ู
่
นครทศูนยกลางและประเทศบรวารในชายขอบ โดยความมงคงส่วนเกินจากชายขอบจะถกดดเขาไปท ี ่
้
ิ
ี
ศูนยกลาง แฟรงค์เชอวา วธการเดยวทจะทาใหประเทศดอยพฒนาสามารถพฒนาเศรษฐกจได คือ การแยก
ั
้
ี
ี
์
ี
่
ิ
่
ื
้
ิ
่
ํ
ั
้
ี
่
ี
่
ิ
่
ออกจากโครงสร้างทีไมเทาเทยม กลุมทสอง คือ งานของนกวชาการในกลุมทฤษฎีระบบโลก (World-systems
่
่
่
ั
ู
ั
ิ
่
ี
ิ
Theory) ทนาเสนอโดย อมมานเอล วอลเลอรสไตน (Immanuel Wallerstein) นกวชาการกลุมนให ้
ี
์
์
ํ
้
่
์
ั
ั
่
่
้
่
ี
็
่
็
ั
ั
ึ
ิ
ความสําคญกบ “ระบบโลก” ซงเปนปจจยภายนอกเชนเดยวกับกลุมแรกมาเป็นหนวยวเคราะห แตกไดให ้
่
ํ
ความสาคัญกบปัจจัยภายใน เช่น บทบาทของรัฐในการกําหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจว่าสามารถส่งผล
ั
้
่
ี
ึ
ิ
ื
ั
่
ุ
้
่
อยางเป็นพลวตตอการพฒนาดวย จดออนหรอความท้าทายของการใชทฤษฎการพงพาในการอธบายการ
่
ั
่
ู
่
ั
พฒนาของประเทศในกลุมตางๆไมวาจะอยในศูนยกลาง ชายขอบ หรือ บริวาร ตลอดจนในระบบโลกก็ตาม
่
่
่
์
ิ
้
ั
ั
ั
้
่
ความสลบซบซอนและการเกดขึนของตวแสดงหรือองค์กรใหม่ๆในระดับต่างๆ ทีเป็นอิทธิพลของระบบทุนนิยม
่
่
ิ
ื
ํ
ุ
่
ึ
่
ั
โลก เชน ธนาคารโลก กองทนการเงินระหวางประเทศ ทาให้การอาศัยทฤษฎีการพงพาอธบายเรองการพฒนา
ี
ิ
่
เปนประเดนททาทายมากยงขึน และเปนยคเสือมถอยของทฤษฎีวาดวยการพงพา
้
็
่
่
่
็
่
็
ุ
้
ึ
้
ี
่
ระลอกท 3: แนวคดเสรนิยมใหม่ (Neo Liberalism)
ิ
ี
ชยวฒน ค้าช ชีใหเห็นวา ในราวทศวรรษท 1970 ซึงเป็นยุคเสือมถอยของทฤษฎีว่าด้วยการพึงพา ซึง ่
่
ั
ั
่
่
้
ี
่
้
ู
์
่
ํ
้
ประกอบกบเกิดการถดถอยทางเศรษฐกจของกลุมประเทศในละตนอเมริกาซงเปนตนกําเนิดของแนวคิดทฤษฎี
่
็
ิ
่
ั
ึ
ิ
23 สมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แหงประเทศไทย
่